อย่ามองข้ามสุขภาพกับหูฟัง airpod pro

airpod pro

ในยุคที่คนติดการใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน หูฟัง เช่น airpod pro , Galaxy Buds หูฟังแบบไร้สาย ก็พลอยได้รับความนิยมไปด้วย โดยเฉพาะ airpod pro ที่ตอนแรกๆ ก็มีข้อสงสัยกัน ว่ามันดีจริงๆหรอ แต่จากการออกผลิตเรื่อยๆ ก็น่าจะได้ความนิยมประมานนึงเลย อย่างไรก็ตาม หูฟังเหล่านี้ช่วยให้คนสามารถเสพความบันเทิงอย่างเต็มที่แบบเป็นส่วนตัวได้ตลอดเวลาโดยไม่ส่งเสียงรบกวนคนรอบข้าง รวมไปถึงกิจกรรมการออกกำลังกายที่เรามักใช้หูฟัง ในการฟังเพลงหรือความบันเทิงต่างๆ ควบคู่ไปด้วย

แต่! อย่าได้มองข้ามความน่ากลัว หรือความสำคัญของสุขภาพหูเด็ดขาด เบื้องต้นเรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าหูของคนเราสามารถรับเสียงดังได้แค่ไหน  ในทางการแพทย์ระบุว่าการฟังเสียงที่ดังเกิน 90 เดซิเบลอาจส่งผลต่อการได้ยินในระยะยาวได้ ซึ่งการใช้ระดับเสียงที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงที่ดังสุดอาจทำให้เกิดเสียงประมาน 85 เดซิเบล และหากปรับให้สูงขึ้นก็อาจดังถึง 104 เดซิเบล

ซึ่งเมื่อฟังเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเสี่ยงต่อภาวะประสาทหูเสื่อมหรือหูหนวกได้ ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้หูฟังต่อเนื่องและมีอาการผิดปกติ เช่น ได้ยินเสียงหวีด เสียงหึ่ง หรือเสียงดังก้องในหู หลังจากฟังเสียงดัง หรือได้ยินเสียงเบาหรือเพี้ยนไปจากปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที

วิธีการใช้หูฟังอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพ

  1. ควรหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังฟังเพลงในที่ที่มีเสียงดังมากอยู่แล้ว ซึ่งระดับเสียงไม่ควรเกิน 50% ของระดับเสียงสูงสุด และไม่ควรฟังติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง
  2. ควรหลีกเลี่ยงการเสียบหูฟังเพื่อฟังเพลงตลอดเวลา เพราะบางคนติดหูฟังแม้กระทั่งตอนเข้านอน ควรฟังเฉพาะในบางช่วงเวลาแล้วปล่อยให้หูได้พักบ้าง เพื่อลดผลกระทบที่อาจขึ้นกับหูได้
  3. ควรหลีกเลี่ยงการใช้หูฟังร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อบางชนิด เช่น โรคผิวหนัง
  4. ควรหมั่นทำความสะอาดหูฟังอยู่เป็นประจำ เปลี่ยนฟองน้ำที่ใช้รองหูฟังบ่อยๆ เพื่อไม่ให้หูฟังสะสมฝุ่นและเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น หนองในหู หรือการอักเสบในช่องหู

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆที่เข้าใจผิดเกี่ยวกบัหูฟังอยู่อีกมากมาย อาทิ หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีเท่าแบบมีสาย คือต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบันหูฟัง หรือลำโพงไร้สายในช่วงราคาตั้งแต่ หลักร้อยจนไปถึงหลักหมื่นถึง 2 หมื่นนั้น หูฟังและลำโพงไร้สาย ให้เสียงได้แทบไม่ต่างจาก หูฟังมีสายแล้ว เพราะว่าหูฟังไร้สายถูกพัฒนาขึ้นมาเยอะมาก มีการนำเทคโนโลยีการส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ที่รองรับ apt-X เข้ามาใช้มากขึ้นซึ่งตรงจุดนี้ ทำให้เสียงที่ได้ออกมามีคุณภาพเทียบเท่ากับ CD เลยทีเดียว ในขณะเดียวกันแบรนด์ระดับโลกอย่าง Sony เองก็นำ LDAC (เป็นการถอดรหัสเสียง ที่ให้ความละเอียดสูง ส่งสัญญาณไร้สาย) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อยกระดับการฟังเพลงแบบ Hi-Res ไม่แพ้หูฟังแบบมีสายก็ว่าได้

นอกจากเทคโนโลยีบลูทูธที่ดึขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว หลายๆคนยังบอกว่าหูฟังไร้สายบางตัวที่ให้เสียงได้ดีกว่ามีสาย ก็เพราะว่าหูฟังไร้สายบางตัวนั้นมี DAC ที่จูนเสียงให้เข้ากับตัวหูฟังโดยเฉพาะ จึงทำให้ได้เสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีกเช่นกัน แต่ถ้าใครที่เป็น Audiophile โดยแท้และมีชุด เครื่องเสียงหลักแสนขึ้นไปหรือหลายหมืนนั้น ทางเราก็คิดว่าการใช้สายยังเป็นทางเลือกทีดี่กว่าครับ เพราะว่าเสียงที่ผ่านสายที่มีคุณภาพแล้ว เทคโนโลยีไร้สายยังไม่สามารถที่จะทดแทนได้ทั้งหมด

งั้นแล้วแบบนี้ หูฟังไร้สายจะราคาแพง? จริงอยู่ว่าแรกๆ หูฟังไร้สายมีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง แต่ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ณ ชั่วโมงนี้ หูฟังไร้สาย มีราคาแทบไม่ต่างจากหูฟังมีสายไปมากเท่าไหร่ เพราะแต่ละแบรนด์ที่ออกหูฟังบลูทูธ หรือลำโพงบลูทูธเอง ก็จะมี Tier หรือช่วงราคาที่เหมาะสมกันอยู่แล้ว ก็จะมีตั้งแต่ถูกยันแพง

เช่นเดียวกับหูฟังมีสาย ความแตกต่างในแต่ละช่วงราคาจะเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามามากกว่า เช่นสามารถรองรับ NFC หรือป้องกันเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ได้ หรือแม้กระทั่งเป็นหูฟังบลูทูธกันน้ำได้นั่นเอง จะเห็นได้ว่าราคาของหูฟังไร้สายที่หลายคนมองว่ามีราคาสูง แท้จริงแล้วก็มีการไล่ระดับความฟังก์ชันการใช้งาน เหมือนกับหูฟังมีสายทั่วๆไปนั่นเอง โดยหูฟังไร้สายนั้นก็มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนทีเดียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.