เครื่องปั่นผลไม้ กับวิตามิน โยคะเบื้องต้นกับการเปิดโลกใหม่แห่งสุขภาพ

เครื่องปั่นผลไม้

            สุขภาพเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย ยิ่งในยุคปัจจุบันที่สิ่งแวดล้อมเต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมายที่คอยจ้องจะมาเล่นงานสุขภาพของเรา ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งที่คนในสมัยใหม่ได้หาวิธีต่าง ๆ มาใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเอง อย่างเช่นเรื่องอาหารซึ่งเราได้หันมาดื่มน้ำผลไม้กันมากขึ้น เครื่องปั่นผลไม้ ที่มีในท้องตลาดจึงต้องพัฒนาในเรื่องการทำให้น้ำผลไม้มีรสชาติอร่อยและเก็บคุณค่าของวิตามินที่มีประโยชน์กับร่างกายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด หรือด้านการออกกำลังกายที่คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับ โยคะ มากยิ่งขึ้น เพราะว่าช่วยทั้งในเรื่องความแข็งแรงของร่างกายยังช่วยบำบัดจิตใจและฝึกสมาธิอีกด้วย ซึ่งเราจะมาพูดถึงโยคะสำหรับผู้ต้องการจะเรียนรู้เบื้องต้นกัน

                อันดับแรกเรามาทำความรู้จักคำว่าโยคะกันก่อนดีกว่า โดยโยคะนั้นได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งแปลว่าการรวบรวม ร่างกายและจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โยคะจึงเป็นการที่ทำให้ผู้ฝึกนั้นได้เข้าใจในร่างกายและระบบต่าง ๆ ของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการมีสมาธิจดจ่อกับลมหายใจ ไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนไหวร่างกายช้า ๆ

                การทำโยคะถูกสืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ทั้งในรูปแบบของ ตำรา นิทาน และการบอกกันปากต่อปาก จนเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรม และมาในยุคหลัง มีคนรุ่นใหม่ได้นำการทำโยคะมาดัดแปลงจนกลายเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งสามารถทำคนเดียวได้และเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ไม่ทำให้ร่างกายเกิดการปะทะจนทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บนั่นเอง ทั้งยังช่วยในการยืดกล้ามเนื้อให้ร่างกายลดการตึงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

                เรามาดูวิธีฝึกโยคะในรูปแบบและท่าเบื้องต้นกันบ้างดีกว่า

                1. ท่าภูเขา

                ท่านี้จะช่วยให้เลือดได้หมุนเวียนภายในร่างกายของเราตั้งแต่หัวจดเท้าเลย วิธีการก็คือยืนตรงโดยให้เท้าชิดกัน ไม่ต้องเกร็งปล่อยไปตามสบาย ทิ้งน้ำหนักไปที่เท้าให้เสมอกันทั้ง 2 ข้างให้สมดุล เข่าต้องอยู่ในลักษณะชิด ชูแขนขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะ ลำแขนยืดตรง ฝ่ามือทั้ง 2 นำมาประกบกัน ยืดนิ้วทั้งหมดไปให้สุด

                2. ท่าต้นไม้

                สำหรับคนที่มีปัญหาทางด้านการเคลื่อนไหวและเจ็บปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ท่านี้จะเป็นการช่วยจัดระบบร่างกายให้สมดุล และมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยวิธีก็คือยืนให้แขนอยู่ในลักษณะชิดกัน ทิ้งน้ำหนักของร่างกายไปที่ขาด้านซ้าย นำเท้าด้านขวาขึ้นมาไว้ที่ต้นขาซ้ายด้านใน พยายามบิดหันสะโพกออกไปด้านหน้า เมื่อสามารถยืนได้โดยไม่เอนไหวแล้วก็ให้ประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันในรูปแบบพนมมือ สูดอากาศเข้าให้เต็มปอดแล้วยืดแขนที่พนมขึ้นไปเหนือหัว หลังจากนั้นค่อย ๆ แยกมือออกหันหน้าเข้าไปทีละข้าง ค้างเอาไว้ประมาณ 30 นาที จึงค่อย ๆ ลดมือลงแล้วทำซ้ำในลักษณะเดิมอีกข้างหนึ่ง

                3. ท่าเรือ

                ใครที่ต้องการที่จะลดหน้าท้องและเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแล้วล่ะก็ ต้องท่านี้เลย เริ่มแรกให้นั่งกับพื้นเรียบ ๆ หลังตั้งตรง ขาเหยียดไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง พร้อมกับเหยียดแขนตรงไปด้านหน้า สูดลมหายใจเข้าให้สุดแล้วค่อย ๆ แอนลำตัวไปด้านหลัง เกร็งหน้าท้องและยกขาขึ้นจากพื้นช้า ๆ ให้ทำมุม 45 องศา จนปลายเท้าอยู่เหนือศีรษะ ส่วนแขนก็ให้อยู่ในลักษณะเหยียดตรงแบบนั้นและประคองตัวเองให้สมดุลประมาณ 15 วินาที และค่อย ๆ ผ่อนเป็นท่าแรก เมื่อทำให้ชำนาญเพิ่มเวลาไปเรื่อย ๆ จะทำให้หน้าท้องมีความแข็งแรง ลดไขมันสะสม ยิ่งทานน้ำผลไม้ที่ทำมาจาก เครื่องปั่นผลไม้ ควบคู่กันไปยิ่งเห็นผล

                4. ท่างู

                ปัญหาในเรื่องระบบขับถ่ายก็ถือว่าสำคัญ โดยท่างูนี้ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างลื่นไหลและดีมากยิ่งขึ้นลดอาการท้องผูก ซึ่งการฝึกก็คือการนอนคว่ำ งอข้อศอกและแนวแขนให้ชิดกับลำตัว ขาแยกออกประมาณหนึ่งประมาณช่วงไหล่ หลังจากนั้นพยายามเหยียดแขนขึ้นไป ให้ลำตัวช่วงบนยกขึ้นและหัวเชิดขึ้นขนานกับตัว ค้างไว้หายใจเข้าออก 3-5 ครั้งและมานอนอยู่ในท่าเดิม

                และนี่คือการแนะนำในการฝึกโยคะเบื้องต้นนั่นเอง ใครที่อยากจะลองฝึกสามารถนำไปทำตามกันได้นะครับ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.