เคลียงานให้โล่งใจ เหมืนนเครื่องปริ้นเลเซอร์

เครื่องปริ้นเลเซอร์

การทำงานในระดับกลางและระดับสูง ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการทั่วๆ ไปที่กำลังเติบโต หรือแม้แต่พนักงานบริษัทที่ถูกโปรโมทขึ้นมานั่งแท่นในระดับผู้จัดการ คุณย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ คุณไม่สามารถลงมือทำได้ด้วยตัวคนเดียว การทำงานเป็นทีมย่อมหมายถึงการเข้าใกล้ความสำเร็จที่เร็วกว่า โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ เปรียบประหนึ่งเป็น เครื่องปริ้นเลเซอร์ ที่ต้องคม ชัด เคลีย!!

                เมื่อมีคำว่าทีมขึ้นมา และคุณเองเป็นผู้จัดการทีมที่คุณสร้างขึ้นด้วยการจ้างพวกเขา หรือถูกมอบหมายให้ดูแลทีมงานที่มีอยู่แทนนายจ้าง ทักษะการทำงานในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ทักษะในการ “บริหารคน” ย่อมเป็นสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่า ต้องสั่งงานให้คม ชัด เคลียเหมือน เครื่องปริ้นเลเซอร์

                เปรียบได้กับเล่าปี่ที่ไม่ได้มีความสามารถในการรบมากมายเหนือตำนานนักรบหรือกุนซือคนอื่นมากมายนัก แต่เขาสามารถบริหารนักรบมากฝีมือเหล่านั้นได้อย่างเฉียบแหลม เป็นผู้ปกครองที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีพี่น้องร่วมสาบานคนสำคัญอย่าง “กวนอู” ซึ่งรบเก่งมากๆ เป็นตัวอย่างของเจ้านายที่ลูกน้องรักและเทิดทูนจนได้กลายเป็นใหญ่ในตำนาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลนักรบหรือชนชั้นสูง แต่ก็สามารถเป็น 1 ใน 3 ของแผ่นดินได้

                หมายความว่าการมีลูกน้องที่ดีและบริหารความสัมพันธ์ให้พวกเขารักคุณ เทิดทูนคุณ ย่อมมีความสำคัญมากกว่าการที่คุณเป็นผู้จัดการที่ขายเก่งหรือทำงานเก่งเสียอีก ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าลูกน้องที่เก่งกว่ารักและยอมอุทิศตัวเพื่อทำงานกับคุณ คุณย่อมไปสู่จุดที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แถมยังทำงานง่ายขึ้นอีกต่างหาก

                หลีกเลี่ยงหรือห้ามใช้คำหยาบกับลูกน้องแม้แต่คำเดียว เป็นการใช้สกิลปากอย่างถูกต้องและสุภาพ จงหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบ การแซวแบบปัญญาอ่อนแรงๆ แม้แต่คำว่า “กู มึง” ก็ใช้ไม่ได้ ต่อให้คุณอยากจะมีความเป็นกันเองกับลูกน้องมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าคุณต้องการได้ใจลูกน้องที่มีต้นทุนทางสังคมสูง หรือลูกน้องที่เก่งกาจและเป็นมืออาชีพ พวกเขาจะรับไม่ค่อยได้กับคำหยาบคายหรือ “ปากหมาๆ” ของคุณเด็ดขาด ต่อให้รับฟังต่อหน้าและยิ้ม แต่ลับหลังพวกเขาย่อมไม่พอใจแน่นอน แถมยังตัดสินคุณได้ด้วยว่าคุณมันก็แค่เจ้านายระดับธรรมดาๆ คนนึง ความเจ้ายศเจ้าอย่างในตัวคุณอาจทำให้คุณไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดลูกน้องก็จะเลิกหนุนคุณและไม่ได้อยากรับรู้หรือสนับสนุนคุณซักเท่าไหร่

                สื่อสารกับลูกน้องในเรื่องงานภายในเวลางานเท่านั้น ยุคนี้เป็นยุคที่คนเรามักต้องการสมดุลชีวิตกับการทำงาน (Work Life-Balance) ซึ่งยุคให้การทำงานแบบ “หามรุ่งหามค่ำ” คงค่อยๆ หมดไปเรื่อยๆ ในสังคมปัจจุบันนี้ ยิ่งยุคนี้มีบริษัทสมัยใหม่หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบการจัดการแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะบริษัทสตาร์ทอัพ ที่ให้ความสำคัญกับเวลาการทำงานและสมดุลชีวิตของพนักงานเป็นสำคัญ การสื่อสาร สั่งงานลูกน้องนอกเวลางาน เช่น ช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงหลัง 6 โมงเย็น คงไม่ใช่อะไรที่คุณสามารถทำได้แบบปกติอีกแล้ว นอกจากลูกน้องจะรู้สึกรำคาญและไม่อยากแม้แต่จะรับสายหรือเปิดไลน์มาดูข้อความของคุณ คุณยังมีสิทธิ์ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้จัดการที่แย่และบริหารเวลาการทำงานไม่ได้เรื่องนั่นเอง

                รักษาคำพูดอยู่เสมอ ยิ่งคุณเป็นใหญ่ คำพูดคุณยิ่งศักดิ์สิทธิ์ การรับปากมั่วซั่วและทำไม่ได้ เช่น รับปากว่าจะช่วยลูกน้องแต่ก็ลืม รับปากว่าจะพิจารณางานสำคัญให้แต่ก็จำไม่ได้ หรือแม้แต่การลืมอ่านอีเมลล์ที่ลูกน้องลูปอีเมลล์ (CC) คุณและคุณก็ไม่ได้อ่าน เป็นต้น เรื่องแบบนี้ไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้เลย เพราะมันหมายถึง “ความไม่ใส่ใจ” ของคุณ และเมื่อคุณจำไม่ได้ คุณก็จะเริ่มโวยวายหรือตีโพยตีพายว่าคุณได้พูดแบบนี้จริงๆ เหรอ ลูกน้องจะเจ็บและจำ จากนั้นก็จะหมดความเชื่อใจต่อคุณไปเรื่อยๆ เลวร้ายกว่านั้นก็ถึงขั้นลาออกได้เลย ถ้าเป็นคนขี้ลืมก็ควรจดบันทึกหรือให้ลูกน้องช่วยส่งข้อมูลแบบมี “ลายลักษณ์อักษร” เช่นไลน์ หรืออีเมลล์ เพื่อช่วยเตือนความจำอีกทางก็ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.