“สายตาสั้นจริง” หรือ “สายตาสั้นเทียม”

โน๊ตบุ๊ค

ในยุคที่ปัจจุบันเป็นยุคของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน เป็นที่นิยมในทุกเพศ ทุกวัย บางคนอาจจะมีทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และ โน๊ตบุ๊ค ซึ่งหากมีการใช้งานในเวลาติดต่อกันนาน บวกกับการแสงสว่างจากหน้าจอที่สว่างเกินไป อาจจะทำให้รูม่านตาหดตัว ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา รวมทั้งทำให้ตาแห้ง ระคายเคืองกระจกตาได้ง่าย จนส่งผลเสียไปถึงอาการปวดตา ปวดหัว สายตาพร่ามัว มีอาการเหมือนคนสายตาสั้น มองเห็นไม่ค่อยชัด แต่พอได้พักสายตาอาการเหล่านี้จะหาย นั่นอาจจะเป็นอาการของ “สายตาสั้นเทียม” ซึ่งไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่า ก่อนที่จะเป็น “สายตาสั้นจริง”

แต่หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินคำว่า “สายตาสั้นเทียม” มาก่อน ซึ่งสายตาสั้นเทียม หรือ Pseudomyopia นั้น เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในลูกตา ซึ่งทำให้เลนส์ตาโป่งออกทำให้สภาพตาเหมือนคนสายตาสั้น เวลามองใกล้ๆ ก็จะเห็นชัด แต่พอเลิกมองใกล้ กล้ามเนื้อส่วนที่ว่านั้นก็จะคลายตัวอัตโนมัติ ทำให้คุณมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลชัดขึ้น แต่หากใช้สายตาเพ่งมากจนเกินไป ก็จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นหดตัวเกือบตลอดเวลา ทำให้มีอาการเหมือนคนสายตาสั้น มองไม่ชัด แต่เมื่อใส่แว่นสายตาสั้น กลับมองชัดขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเป็นสายตาสั้นจริงขึ้นมาได้

โดยอาการของสายตาสั้นเทียมและสายตาสั้นจริงนั้น จะมีส่วนที่เหมือนกันตรงที่มองไกลไม่ชัด แต่สำหรับอาการสายตาสั้นเทียมนั้น จะมีอาการที่สังเกตได้  ดังต่อไปนี้

  • มีอาการตามัวมากขึ้น หลังจากใช้สายตามากๆ หรือนานๆ
  • มีอาการปวดตา ปวดหัว บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • สายตาสั้นเทียมจะมีอาการมองไม่ชัดค่อนข้างจะทันที แต่สายตาสั้นจริงจะค่อยๆ มองไม่ชัด
  • ใส่แว่นสายตาสั้นแล้วมองใกล้ไม่ชัด และอาจปวดตา ปวดหัวมากขึ้น
  • วัดสายตาแล้วได้ค่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน มีค่าสายตาน้อยว่าสายตาจริง
  • ในกรณีที่ใช้ยาหยอดขยายม่านตา เพื่อช่วยทำให้กล้ามเนื้อในลูกตาที่หดตัวผิดปกติคลายออก เมื่อลองวัดค่าสายตาใหม่ พบว่าก่อนหยอดยาวัดค่าสายตาได้ค่าเป็นสายตาสั้น แต่หลังหยอดตาวัดแล้วกลับพบว่าไม่มีอาการสายตาสั้นเลย

ซึ่งอาการที่ว่ามาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงสมมติฐาน หากคุณมีอาการดังกล่าว คุณควรปรึกษาหรือเข้าพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจรักษา และดูแลสุขภาพตาจะเป็นการดีกว่า และหากเป็นไปได้ควรป้องกันการเกิดสายตาสั้นเทียมด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • เมื่อใช้สายตาเป็นเวลานานๆ 30-45 นาที โดยหลับตา หรือมองไกลๆ โดยพักใช้สายตาประมาณ 5-10 นาที
  • หลีกเลี่ยงการเพ่งมอง เพื่อลดปัญหาที่จะทำให้อาการแย่ลง
  • หากมีอาการตามัวมองไม่ชัด ควรลดการใช้สายตาในแต่ละวัน และไม่ควรตัดแว่นมาใส่โดยไม่ได้พบจักษุแพทย์ เพราะอาจจะทำให้ไม่ได้ค่าสายตาที่แน่นอน
  • ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และ โน๊ตบุ๊ค หรือหากอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ควรใช้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน

แต่มนุษย์ออฟฟิศอย่างเราๆ คงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลาอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันก็คือการหลับตา หรือมองไกลๆ โดยพักใช้สายตาประมาณ 5-10 นาที ก็น่าจะช่วยบรรเทาอาการลงได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.