“ยาหม่อง” สินค้าคู่คนไทยที่ใคร ๆ ก็เคยใช้

apple watch series 3

            ในบรรดายาสามัญประจำบ้านที่เรามักใช้กันอย่างแพร่หลายนั้นหลายคนคงต้องคุ้นกับยาหม่องซึ่งดูเป็นมิตรกับผู้ใช้ที่เป็นคนไทยอย่างเราในเรื่องกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่นำมาใช้อย่างหลากหลายทั้งใช้ทาและสูดดมเพื่อแก้อาการที่แตกต่างกันไปโดยใช้กันมาเพื่อเป็นเพื่อนสุขภาพของคนตั้งแต่รุ่นก่อนคุณปู่คุณย่าจนมาถึงปัจจุบันที่เรามี apple watch series 3 ซึ่งบรรจุแอปพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพเข้าไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่แต่ยาหม่องก็ยังมีคนใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันในทุกวัยเลยก็ว่าได้

                ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับยาหม่องในประเทศไทยในแง่มุมที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้กันบ้าง และคุณจะรู้ว่าเจ้าก้อนนิ่ม ๆ กลิ่นหอมนี้มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

                ยาหม่อง หรือ Balm คือยาสามัญประจำบ้านชนิดหนึ่งที่ทำขึ้นมาจากสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมและน้ำมันหอมระเหยต่าง ๆ มีเนื้อที่ค่อนข้างเหลวแต่ก็เกาะตัวกันได้ดีมีเนื้อหลายสีแต่ส่วนมากที่พบเห็นได้ทั่วไปจะเป็นสีเหลืองกับสีขาว มีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้ทาถูเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยฟกช้ำด้วยฤทธิ์ที่ค่อนข้างร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี ตลอดจนนำมาสูดดมเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะเมารถเมาเรือหรือคัดจมูกเป็นต้น

                จุดกำเนิดของยาหม่องนั้นว่ากันว่ามีต้นตำรับมาจากประเทศแถบยุโรปเพื่อนำมาสูดดมแก้การคัดจมูกซึ่งมาจากสภาพอากาศที่หนาว โดยมีการพัฒนาสูตรอย่างเช่นนำเมนทอลาทัมมาเป็นส่วนผสมสำคัญเพื่อให้ได้กลิ่นและความเข้มข้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยในยุคที่มีการค้าขายระหว่างประเทศยาหม่องก็ได้ถูกส่งออกมายังหลาย ๆ ประเทศในแถบบ้านเราอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียซึ่งก็เข้ามาที่ไทยในระยะเวลาต่อมา

                ซึ่งชื่อของยาหม่องที่คนไทยเรียกกันติดปากนั้นไม่ได้มีการฟันธงแน่ชัดว่ามีที่มาจากไหน แต่ว่ามี 2 ทฤษฎีที่เล่าต่อกันมานั่นก็คือ

                1. มาจากคนขายยาหม่องซึ่งเป็นพี่น้องชาวจีน 2 คน ชื่อนาย โอวบุ้นโฮ้ว และ โอวบุ้นพาร์ โดยเทคนิคการขายที่จดจำกันได้ทั่ว ๆ ไปนั่นก็คือการตีฆ้องหม่อง ๆ ๆ เพื่อเรียกลูกค้าซึ่งก็ทำให้ผู้คนส่วนมากจดจำได้และนำมาใช้ชื่อเรียกของที่เขาขายนั่นก็คือยาหม่องในปัจจุบันนั่นเอง

                2. นาย โอวบุ้นโฮ้ว และ โอวบุ้นพาร์ ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ประเทศพม่าและส่งยาหม่องมาขายในประเทศไทย ซึ่งในตอนนั้นคนไทยจะเรียกคนพม่าว่าหม่องเมื่อยาชนิดนี้ซึ่งเดินทางมาจากพม่ามาถึงประเทศไทยก็เรียกตามแหล่งที่มาว่ายาหม่องนั่นเอง

                โดยปัจจุบันในประเทศไทยนั้นมียาหม่องที่ได้รับความนิยมอยู่ 3 แบรนด์ด้วยกันนั่นคือ

  • ยาหม่องตราเสือ

มาจากประเทศพม่า โดยต้นตำรับสูตรนั้นมาจาก โอ  ชู กิง แพทย์ประจำราชสำนักจีนซึ่งได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศพม่าและได้มาตั้งร้านขายยาหม่องในปี พ.ศ. 2413 ซึ่งคุณสมบัติที่มากมายนั้นก็โด่งดังไปทั่ว จนได้สืบทอดมาสู่รุ่นลูกนั่นก็คือ โอวบุ้นโฮ้ว และ โอวบุ้นพาร์ นั่นเอง ซึ่งก็ได้ขยายสินค้าไปต่างประเทศ โดยที่สิงคโปร์นั้นประสบความสำเร็จด้วยดีด้วยายใต้ชื่อสินค้า ไทเกอร์​ บาล์มและได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ก็ได้พัฒนาสินค้าอีกหลากหลายทั้ง ยาดม พลาสเตอร์ปิดแก้ปวดเป็นต้น

  • ยาหม่องตราถ้วยทอง

เป็นอีกแบรนด์ซึ่งเป็นที่จดจำของคนไทยเป็นอย่างมากโดยมีสโลแกนอมตะอย่าง ทาถู ทาถู เคล็ด ขัดยอก ยาหม่องตราถ้วยทองนั่นเอง โดยก่อตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2487 ที่ร้านขายของชำในกรุงเทพมหานครหลังจากนั้นก็ได้เป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ จนในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกซื้อกว่า 30 อย่างเลยทีเดียว

  • ยาหม่องตราลิงถือลูกท้อ

น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันดีเพราะมีโฆษณาช่วงรายการมวยให้เห็นในยุค 90 ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ก็คือมีเนื้อยาหม่องสีขาวเปื้อนเสื้อผ้าแล้วไม่เป็นสีตลับมีลักษณะเล็กพกพาสะดวกซึ่งได้รับความนิยมในต่างจังหวัดมาก

                และนี่คือเรื่องราวของยาหม่องที่เรานำมาเสนอกัน คุณสมบัติมากมายขนาดนี้ถ้าจะไปออกกำลังกายอย่าแค่ใส่ apple watch series 3 ไปอย่างเดียว แต่ลองพกยาหม่องไปแก้ฟกช้ำคลายเส้นด้วยนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.