โดนออฟฟิศซินโดรมโจมตีอยู่หรือปล่าว?

คีย์บอร์ด

หนุ่มสาวออฟฟิศต้องเคยประสบพบเจอปัญหาอาการเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งจะมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ เนื่องจากนั่งทำงานนานโดยไม่ได้ขยับร่างกาย หรือนั่งในท่าเดิมๆ หรือเก้าอี้ และโต๊ะอาจไม่ได้อยู่ในลักษณะที่สมดุลกับร่างกาย มีอาการมือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อคจากการใช้ คีย์บอร์ด พิมพ์งาน หรือใช้เม้าส์นานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อกดทับประสาท เส้นเอ็นอักเสบ และเกิดพังผืดบริเวณนิ้ว และมือได้ รวมไปถึงอาการปวดศีรษะ หรือปวดหัวไมเกรนบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากความเครียดสะสม ใช้สายตาหนัก นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ และนอนไม่เป็นเวลานั่นเอง

ซึ่งอันตรายของโรคออฟฟิศซินโดรมนั้นอันตรายกว่าที่คิดมาก โดยอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ หรือหมอนรองกระดูกทับประสาทได้ นำไปสู่การเข้ารับการรักษากายภาพบำบัดกันเลยทีเดียว โดยเรามีวิธีที่สามารถหลีกเลี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรมได้ที่จะมาแนะนำกันในวันนี้

  1. ปรับความสูงของเก้าอี้ ให้พอดีกับระดับที่สามารถพิมพ์งานได้โดยที่ไม่มีอาการปวดเมื่อย ซึ่งระดับความสูงที่พอเหมาะ คือแขนท่อนบนวางในระดับเดียวกันกับ คีย์บอร์ด รวมไปถึงเม้าส์ด้วย ควรระนาบไปกับที่พักแขนของเก้าอี้ หรือโต๊ะทำงาน ไม่สูง หรือไม่ต่ำจนเกินไป และควรให้หลังติดกับพนักเก้าอี้ โดยให้สายตาห่างจากจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 ฟุต
  2. ควรลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปเดินมาทุกๆ 1-2 ชั่วโมง พร้อมกับพักสายตาด้วยการมองวิวนอกหน้าต่าง หรือมองออกไปที่ต้นไม้สีเขียว เพื่อเป็นการพักสายตาที่จ้องหน้าจอนานจนเกินไป และหากสามารถเปิดหน้าต่างของห้องทำงาน หรือภายในออฟฟิศได้ก็จะดี เพื่อช่วยให้อากาศภายในที่ทำงานปลอดโปร่ง ถ่ายเทได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่รู้สึกถึงความอึดอัดจนเกินไป
  3. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ครบอย่างต่ำคือ 6-8 ชั่วโมง และนอนให้ตรงเวลาให้ได้มากที่สุด อีกทั้งเรื่องอาหารนการกินก็สำคัญ ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายได้มีการยืดเหยียดบ้าง

และถ้าหากใครไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย ก็สามารถทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อได้ง่ายๆ ที่ออฟฟิศก็ได้ โดยมี 9 ท่าบริหารตามส่วนต่างๆ ของร่างกายดังนี้

ต้นคอ – นำมือข้างซ้ายจับศีรษะด้านขวา ดึงมาทางด้านซ้ายจนรู้สึกตึง นับ 1-10 และสลับข้างขวาทำเช่นเดียวกัน นับ 1-10 และปล่อย จากนั้นประสานมือบริเวณท้ายทอย ดันไปด้านหน้าจนรู้สึกตึง และนับ 1-10

กล้ามเนื้อหัวไหล่ – ให้คุณยกไหล่ขึ้นไปจนสุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10 จากนั้นกดไหล่ลงไปให้สุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10 เช่นเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของการปวดไหล่เป็นประจำ

กล้ามเนื้อแขน – ใช้มือซ้ายจับฝ่ามือขวา จากนั้นเหยียดแขนทั้งสองไปข้างหน้า และดัดข้อมือขวาเข้าหาตัว เมื่อรู้สึกว่าตึงบริเวณด้านในข้อศอกขวา ให้ค้างไว้นับ 1-10 แล้วเปลี่ยนข้าง

นิ้ว และฝ่ามือ – กำมือทั้ง 2 ข้างให้แน่นที่สุด แล้วกำมือค้างไว้นับ 1-5 จากนั้นจึงค่อยๆ คลายออก โดยเหยียดนิ้วและกางนิ้วมือออกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วค้างไว้นับ 1-5 แล้วจึงกลับมาอยู่ท่าเดิม ทำซ้ำประมาณ 2 – 3 รอบ เพื่อเป็นการคลายอาการเมื่อยล้าที่นิ้ว และฝ่ามือ

กล้ามเนื้อด้านหน้าอก และแก้ปัญหาไหล่ห่อ – เริ่มจากกล้ามเนื้อด้านหน้าอกโดยนำมือประสานกันด้านหลัง และค่อยๆ ยกขึ้นมาจนถึงระดับที่รู้สึกว่าตึง นับ 1-10 และท่าที่แก้ปัญหาไหล่ห่อ คือการกอดตัวเองให้แน่นที่สุด ให้มือไขว้กันโดยเอามือโอบด้านหลังของตัวเองให้มากที่สุด แล้วนับ 1-10

หลัง – ท่านี้คุณจะต้องยืนตัวตรงและยกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ ประสานมือเอาไว้ แล้วค่อยๆ เอนตัวไปด้านหลังจนรู้สึกตึงแล้วนับ 1-10

บริเวณช่วงสะโพก – ให้คุณยกเท้าซ้ายขึ้นมาวางทับเหนือเข่าขวา จากนั้นเอนตัวมาด้านหน้า โดยคุณจะรู้สึกตึงบริเวณต้นขาด้านซ้าย นับ 1-10 จากนั้นสลับเท้าด้านขวาทำเช่นเดียวกัน ท่านี้จะช่วยลดปัญหาการกดทับเส้นประสาท ที่มักจะชอบปวดบริเวณสะโพก ชาลงขา และเท้านั่นเอง

กล้ามเนื้อด้านข้าง – ยืดมือขึ้นบนสุดประกบกัน จากนั้นเอนตัวทางด้านซ้าย นับ 1 -10 จากนั้นสลับมาด้านขวา และนับ 1-10 เช่นเดียวกัน

ขา – ไขว้ขาซ้ายเข้ากับขาขวา จากนั้นค่อยๆ ก้ม เอามือไปแตะหน้าขา นับ 1-10 เหมาะสำหรับผู้ที่ยืนนานๆ หรือใส่รองเท้าส้นสูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.