มลภาวะ ทำลายสมอง

quality air

รายงานของ WHO เผย ภัยคุกคามจากมลพิษทางอากาศ ( quality air ) เป็นเหตุให้ประชากรในกลุ่มประเทศยากจนและชนกลุ่มน้อยเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 90 และประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากมลพิษปีละ 7 ล้านคน

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยรายงานการประเมินผลและผลกระทบจากมลพิษทั่วโลก พบว่าประชากรโลก 9 ใน 10 คน มีฐานะยากจนและอาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง ขณะที่ทุกๆ ปี ประชากรทั่วโลกกว่า 7 ล้านคนเสียชีวิตมาจากมลพิษทางอากาศที่รุนแรง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่ารัฐบาลในหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่อง quality air สิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม

รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ร้อยละ 57 ของเมืองในทวีปอเมริกา และร้อยละ 61 ของเมืองต่างๆ ในทวีปยุโรป มีค่ามลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้ง PM10 และ PM2.5 ลดลงในช่วงปี 2010 – 2016 ขณะที่เมืองในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีค่ามลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70 โดยเฉพาะเมืองที่มีปัญหาความยากจน จะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากที่สุด

“หลายเมืองและหลายภูมิภาคสามารถแก้ปัญหาในเรื่องมลพิษสิ่งแวดล้อมได้ แต่การแก้ปัญหาดังกล่าวยังล่าช้าเกินไป ทุกๆ ปีมีประชากรทั่วโลกประมาณ 7 ล้านคนที่เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศ และประชากรอีกกว่าร้อยละ 92 ในประเทศที่มีรายได้ต่ำในเอเชียและแอฟริกา รวมไปถึงประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ยุโรปและอเมริกา ยังใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษในระดับที่เป็นอันตราย” โซเฟีย กูมี หนึ่งในทีมวิจัยของWHOกล่าว

สำหรับสาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศนั้น ส่วนใหญ่มาจากการใช้รถยนต์ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การเผาไหม้จากโรงงานอุตสาหกรรม การเผาไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน โรคมะเร็งปอดและโรคปอดเรื้อรัง

ทั้งนี้พบว่าแต่ละปีประชากรในเมืองที่ยากจนกว่า 3.8 ล้านคน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศที่เกิดจากกิจกรรมภายในบ้านเรือนของตนเอง ซึ่งจะมีการเผาถ่าน เผาไม้ สำหรับปรุงอาหารและให้ความอบอุ่นร่างกาย และกว่าอีก 4.2 ล้านคน เสียชีวิตจากการสูดมลพิษทางอากาศภายนอกบ้าน

ขณะที่ในกลุ่มประเทศร่ำรวยอย่างในภูมิภาคยุโรปและอเมริกาต่างมีระดับมลพิษทางอากาศที่ต่ำมาก ดร. มาเรีย เนรา ผู้อำนวยการด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมและสุขภาพทางสังคมของ WHO กล่าวว่า ประเทศที่มีปัญหาทางการเมืองต่ำ จะนำไปสู่การลงทุนที่มีคุณภาพ ตัวอย่างเช่น ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่มีพื้นฐานการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง ปราศจากการทำลายสิ่งแวดล้อมและปราศจากการทำร้ายสุขภาพของประชาชนด้วย

ทั้งนี้จาก ปัญหามลพิษ นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่าการอยู่ในเมืองที่มีมลพิษจะเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และอัตราการฆ่าตัวตาย โดยปัจจุบัน ประชากรโลกร้อยละ 95 กำลังสูดดมมลพิษกันในชีวิตประจำวัน

ด็อกเตอร์ลิเลียน กาลเดรอง-การ์ซิดูเอนยาส แพทย์และนักพิษวิทยาจากมหาวิทยาลัยมอนทานาและทีมวิจัยได้ตีพิมพ์ผลวิจัยลงบน นิตยสารทางวิชาการ Journal of Environmental Research ซึ่งระบุว่า เด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษจะมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และเสี่ยงฆ่าตัวตายมากขึ้น

ทีมวิจัยได้ตรวจร่างกาย 203 คนในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองที่ประชาชนต้องเผชิญกับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนอยู่ทุกวัน โดยการวิจัยนี้ได้ตรวจร่างกายคนตั้งแต่อายุ 11 เดือน ถึง 40 ปี โดยติดตามดูโปรตีนผิดปกติ 2 ชนิดในสมองของเด็กและเยาวชน ซึ่งบ่งบอกถึงพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์ กับการเผชิญมลพิษ รวมถึงการติดตาม Apolipoprotein E หรือ APOE 4 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอัลไซเมอร์

สัญญาณขั้นเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และอาการของโรคจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และพบว่าร้อยละ 99.5 จากกลุ่มตัวอย่างมีสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์นี้ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นพาหะ APOE 4 ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์อย่างรวดเร็ว และอัตราการฆ่าตัวตายยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.92

ทีมวิจัยเชื่อว่าผลกระทบที่ร้ายแรงนี้มีสาเหตุมาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เข้าไปในสมองผ่านทาง จมูก ปอดและระบบทางเดินอาหาร และฝุ่นละอองเหล่านี้ได้ทำลายสิ่งกีดขวางต่างๆ และไหลเวียนไปทุกส่วนของร่างกายด้วยระบบไหลเวียนเลือด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.