อันตรายที่คาดไม่ถึงจากการทานของทอด

ตู้เย็น

            มนุษย์มีความโชคดีอย่างมากในเรื่องของการรับประทานที่มีวัตถุดิบมากมายและสามารถดัดแปลงให้เป็นเมนูต่าง ๆ ได้อย่างแทบไม่รู้จักหมดสิ้น เกิดเป็นความสุขในการใช้ชีวิต ซึ่งในความโชคดีนั้นก็มาพร้อมกับภัยอันตรายมากมายที่มาพร้อมกับอาหารที่เราทานเข้าไปทุกวันเรียกได้ว่าทุกเช้าที่เราเปิด ตู้เย็น เพื่อเริ่มต้นทำอาหารก็เหมือนกับต้องเผชิญกับทางแยกระหว่างสุขภาพที่ดีกับสุขภาพที่แย่แล้ว และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่นอกจากวัตถุดิบที่ใช้ทำก็คือวิธีการปรุงนั่นเอง โดยถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพเลยทีเดียว

                และของทอดที่เป็นเมนูหลักของหลาย ๆ คนนั้นก็เรียกได้ว่าสามารถทำให้อาหารมีรสชาติที่ อร่อย หอม เคี้ยวอย่างกรุบกรอบแต่ว่าก็มีโทษต่อร่างกายอยู่ในกระบวนการทอดเป็นอย่างมาก ดังนั้นเรามาดูกันว่าของทอดนั้นมีอันตรายที่เราคาดไม่ถึงอย่างไรและมีวิธีการทานของทอดอย่างไรให้เสี่ยงน้อยที่สุด

                เรามาเริ่มกันที่ต้นเหตุซึ่งทำให้ของทอดเป็นอันตรายกับสุขภาพกันก่อน

                1. แคลอรี่ที่สูง

                การปรุงอาหารด้วยวิธีการทอดนั้นจะทำให้เพิ่มจำนวนแคลอรี่เยอะกว่าการนำมาผ่านการปรุงด้วยวิธีอื่น เพราะว่าการทอดมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบสำคัญ เมื่อนำไปตั้งไฟให้เดือดวัตถุดิบที่เราเอาไปใส่ในกระทะนั้นก็จะสูญเสียน้ำและถูกแทนที่ด้วยไขมัน นี่ยังไม่รวมเมนูที่ต้องนำไปชุบแป้งก่อนนำไปทอดซึ่งทั้งไขมันและแป้งนั้นให้จำนวนแคลอรี่ที่สูงมากอยู่แล้ว และเมื่อรับประทานเข้าไปมาก ๆ แต่ไม่ออกกำลังกายร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะเกิดปัญหาโรคอ้วนตามมานั่นเอง

                2. มีไขมันทรานส์สูง

                นอกจากไขมันปกติที่อุดมอยู่ในของทอดแล้วนั้นยังมีไขมันทรานส์ที่มาจากการแปลงรูปแบบจากไขมันที่ไม่อิ่มตัวด้วยวิธีการใส่ไฮโดรเจนในน้ำมันที่ใช้ทอดซึ่งผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหารหลายรายใช้เพื่อยืดการหมดอายุของอาหาร โดยการถนอมอาหารด้วยวิธีการนี้ทำให้โครงสร้างของน้ำมันเกิดการเปลี่ยนแปลง ร่างกายจึงไม่สามารถเผาผลาญได้อย่างหมดจดและเป็นที่มาของโรคภัยไข้เจ็บมากมายทั้ง โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ เป็นต้น

                3. อาจก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง

                ถ้าหากเราไปซื้ออาหารทอดนอกบ้านอาจจะสังเกตได้ว่าหลาย ๆ ร้านนั้นไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทอดในวันนั้นเลย หรือบางร้านใช้สำหรับหลาย ๆ วันด้วย ซึ่งนอกจากมีการรายงานการศึกษาจากต่างประเทศว่าทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยลงแล้ว การนำน้ำมันเดิมมาทอดหลาย ๆ ครั้งก็จะทำให้เกิดสารโพลาร์ซึ่งอาจจะพัฒนาให้เซลล์ในร่างกายกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงอณุญาติให้ใช้น้ำมันเก่าที่ใช้ทอดแล้วได้ไม่เกิน 25 กรัม ต่อน้ำมันทั้งหมด 100 กรัมนั่นเอง

                วิธีลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทานของทอด

                1. ปรับเปลี่ยนวิธีการทอด

                ทอดด้วยน้ำมันที่น้อยกว่าเดิมโดยทำให้น้ำมันนั้นเป็นแผ่นฟิลม์ไม่ให้วัตถุดิบติดกับกระทะ และลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้แป้งในการทอด รวมถึงใช้น้ำมันที่ทนความร้อนสูง

                2. เปลี่ยนน้ำมันทุกครั้งที่ใช้ทอด

                บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองกับการต้องเปลี่ยนน้ำมันทุกครั้งที่จะทอดอาหารครั้งใหม่ แต่ว่าถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องของสุขภาพแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

                3. เลือกประเภทของน้ำมันให้เหมาะสมกับชนิดอาหาร

                น้ำมันนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของการปรุงอาหารแบบทอดและแบบผัด ซึ่งการทอดนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ความร้อนมากกว่าการผัดดังนั้นควรเลือกใช้น้ำมันให้ตรงกับอาหารชนิดทอดอย่างน้ำมันปาลม์หรือน้ำมันหมูแทนน้ำมันถั่วเหลือง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

                4. ใช้นวัตกรรมทดแทนการทอด

                ในปัจจุบันมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำออกมาเพื่อแทนการทอดด้วยน้ำมันในกระทะแบบปกติ นั่นก็คือหม้อทอดไร้น้ำมันนั่นเอง โดยคุณสามารถหยิบวัตถุดิบออกมาจาก ตู้เย็น เสียบหม้อกับปลั๊กและใส่วัตถุดิบไปได้เลย ซึ่งจะได้เป็นของทอดที่มีไขมันน้อยมากเลย เพราะหลักการทำงานของเครื่องเป็นการเป่าลมร้อนออกมาโดยมีการใช้น้ำมันเพียงแค่ 20% จากปกติ

                เป็นยังไงบ้างครับสำหรับอันตรายที่อาจจะมาจากของทอดและวิธีการรับประทานที่ลดความเสี่ยงเหล่านั้นไป หวังว่าจะถูกใจคนรักสุขภาพทุกคน และอย่าลืมว่าควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.