แพ้ขนสัตว์! รับมือยังไงไปดูกัน

"ราคาโน๊ตบุ๊ค"

                การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้จิตใจของใครหลาย ๆ คนแจ่มใสสดชื่น และเยียวยาจิตใจในหลาย ๆ ด้าน แต่ว่าหลาย ๆ คนนั้นก็ต้องหนีห่างจากการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสุนัขและแมวแม้ว่าจะมีใจรักมากแค่ไหนก็ตาม เพราะว่าเกิดอาการแพ้ขนของเจ้าตัวน้อยเหล่านั้นนั่นเอง ซึ่งบางครั้งคนที่ทู่ซี้เลี้ยงและคลุกคลีก็เกิดอาการไม่สบายอย่างหนักต้องเสียเงินในการรักษาบางทีมากกว่า“ราคาโน๊ตบุ๊ค”อีก และยังเสี่ยงต่ออาการไม่สบายแบบโคม่าและเรื้อรังด้วย

                ดังนั้นเราจึงรวบรวมเกี่ยวกับอาการแพ้ขนสัตว์มาให้ทุกคนได้รู้กัน เพื่อเป็นแนวทางในการรู้ถึงสาเหตุ ที่มาที่ไปของปัญหาจะได้ป้องกันและรักษาอาการเหล่านี้ให้ได้ผลมากที่สุด ไปดูกันได้เลยครับ

                อาการของการแพ้ขนสัตว์

                ผู้ที่มีอาการนี้มักจะเป็นคนที่เลี้ยงสัตว์หรือชอบเข้าใกล้คลุกคลีกับสัตว์เป็นทุนเดิมและได้ซึมซับกับสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เหล่านั้นทั้งการสัมผัสการสูดดมหรือการเข้าไปทางเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทางร่างกาย ทำให้ผู้นั้นมีอาการที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ตาแดง คันตา น้ำตาไหล ตาบวม จาม น้ำมูกไหล คันคอ เป็นผื่นและลมพิษขึ้นตามผิวหนัง เป็นต้น โดยใครที่มีอาการแพ้มาก ๆ ก็จะเกิดลักษณะของโรคหอบหืดและไอ และเมื่อไปพบเจอกับสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ เช่นควันบุหรี่ เกสรดอกไม้ น้ำหอมในรถ ก็ยิ่งทำให้อาการดังกล่าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น

                สาเหตุของการแพ้ขนสัตว์

                อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าอันที่จริงแล้วอาการแพ้ขนสัตว์นั้นไม่ได้เกิดจากการแพ้ขนที่เป็นเส้น ๆ ของสัตว์เลี้ยงแต่ว่าเป็นอาการตอบสนองของร่างกายต่อโปรตีนที่อยู่บนสะเก็ดผิวหนัง น้ำมัน หรือ น้ำลาย จากสัตว์เลี้ยง ซึ่งเมื่อเข้าไปคลุกคลีหรือสัตว์เหล่านั้นมาอยู่บนโซฟา เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า โปรตีนเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่รอให้ผู้ที่มีอาการเหล่านั้นได้เข้าไปรับนั่นเอง

                ซึ่งอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้นอกเหนือไปจากโปรตีนดังกล่าวแล้ว จามตัวของสัตว์เลี้ยงอย่า สุนัขและแมวก็จะมีสัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่างไร ฝุ่น อาศัยอยู่ ซึ่งสัตว์จำพวกนี้สามารถขยายพันธุ์ออกไปนับร้อยตัวต่อวัน ซึ่งก็ทำให้คนที่มีอาการไว้ต่อการแพ้ได้สัมผัสกับซากของไรฝุ่นที่ตายแล้วเหล่านี้ ทำให้กระตุ้นการเกิดภูมิแพ้ได้อีกเช่นกัน

                วิธีสำรวจตัวเองว่าแพ้ขนสัตว์หรือไม่

                คงมีหลายคนที่ยังลังเลว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองนั้นเป็นโรคแพ้ขนสัตว์หรือไม่ ซึ่งมีวิธีสำรวจและสังเกตุแบบไม่ยากนั่นก็คือ หากเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กับสัตว์ที่มีขนทั้งหลายแล้วรู้สึกถึงอาการแพ้ ให้ลองออกห่างไปสัก 2 อาทิตย์และกลับมาใกล้ใหม่ ถ้ายังเกิดอาการดังกล่าวอีกก็ควรจำไว้ว่าอาจจะเป็นโรคแพ้ขนสัตว์ควรหลีกเลี่ยงนับตั้งแต่นั้น หรือวิธีที่แน่นอนที่สุดก็คือไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภูมิแพ้เพื่อทำการทดสอบว่าตัวเรานั้นมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้แบบไหนบ้าง โดยการหยอดลงไปที่ผิวหนังและรอผลประมาณ 15 นาที ซึ่งจะทำให้เรารู้แน่ชัดเลยทีเดียว

                วิธีการป้องกันการแพ้ขนสัตว์

                ถ้าหากว่าคุณเป็นโรคแพ้ขนสัตว์แน่ ๆ แล้ว แต่ว่าหัวใจของคุณยังเรียกร้องน้องสุนัขและน้องแมวเหล่านั้นให้มาอยู่ใกล้หรืออยู่ในการดูแล เรามีวิธีที่ช่วยลดอาการได้ดังนี้

                – จำกัดห้องให้สัตว์เลี้ยงอยู่ไม่นำมาอยู่ในห้องเดียวกับคุณตลอดเวลาหรือไม่นำมาไว้ในห้องนอน

                – ไม่เข้าไปใกล้ในลักษณะ กอดจูบ ลูบคลำ จนเกินไป โดยถ้าทำต้องรีบล้างมือหรืออาบน้ำให้สะอาด

                – อาบน้ำให้สัตว์เป็นประจำ อย่างน้อย 5 วันครั้งเพื่อลดสะเก็ดหนังและไรฝุ่น

                – กวาดบ้านและดูดฝุ่นเป็นประจำ โดยทุกครั้งควรใส่ที่ปิดจมูก

                – หาอาหารเสริมอย่างเช่น โอเมก้า 3 ให้สัตว์รับประทาน เพื่อลดการขาดล่วงของขนซึ่งอาจไปติดกับข้าวของต่าง ๆ โดยวิธีนี้น่าจะสิ้นเปลืองถ้าซื้อเป็นประจำ บางทีอาจจะแพงกว่า“ราคาโน๊ตบุ๊ค”รุ่นทั่ว ๆ ไปอีก แต่ว่าก็คุ้มค่าน่าลองเลยทีเดียว

                วิธีรักษาอาการแพ้ขนสัตว์

                ปัจจุบันยังไม่มีวิธ๊รักษาให้หายขาด มีเพียงการพบแพทย์ให้รักษาตามอาการเช่นถ้าคัดจมูกก็ให้ยาพ่นจมูก ถ้าคันตาก็ใช้ยาหยอดตาเป็นต้น หรือใช้วิธีฉีดยา Immunotherapy เพื่อป้องกันในระยะยาว โดยต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์ก่อน

                เพียวเท่านี้คุณก็จะได้เลี้ยงเจ้า สุนัข และ แมว ได้อย่างมีความสุขถึงแม้ว่าจะแพ้ขนเจ้าตัวดีได้แล้วนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.