เลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับตัวคุณ

"airpod 2 ราคา"

                การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรมองข้ามไปจากชีวิตเลย เพราะว่าเป็นการทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบในด้านร่างกายที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและมีหุ่นที่สมส่วนและด้านจิตใจที่ผ่องใสไม่มีความเครียด โดยในการวิ่งแต่ละครั้งก็ไม่ใช่ว่าจะมีเท้าเปล่าแล้วออกไปวิ่งได้เลย แต่ว่าต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างราบรื่นโดยเฉพาะการวิ่งที่เป็นวิธีการออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบันนั้นหลายคนก็มีอุปกรณ์แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของคนอย่างบางคนก็มี “airpod 2 ราคา”เกือบ 7000 บาท แต่บางคนก็ใช้หูฟัง Wireless ราคาหลักร้อยก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของคน

                แต่การออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือรองเท้าวิ่งนั่นเอง โดยต้องพิจารณาให้ดีถ้าอยากให้การวิ่งราบลื่นไม่มีอาการบาดเจ็บและผลกระทบที่ไม่ดีในระยะยาว ดังนั้นเราจะมาดูกันถึงวิธีการเลือกรองเท้าสำหรับการวิ่งกันว่าต้องมีอะไรบ้าง

                1. เลือกตามสภาพพื้นที่วิ่ง

                การวิ่งออกกำลังกายนั้นย่อมแตกต่างกันไปในเรื่องสภาพแวดล้อมและพื้นที่ใช้วิ่งซึ่งก็ต้องเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะสมด้วย ซึ่งพื้นของรองเท้าวิ่งก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ นั่นก็คือพื้นผิวถนนหรือ Road และ Indoor ซึ่งจะมีลักษณะที่เป็นระนาบเดียวกันแต่ว่าค่อนข้างหยามีเท็กเจอร์ที่คอยยึดติดไม่ให้ลื่นไปกับถนน มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา และรองรับแรงกระแทกได้

  อีกอย่างหนึ่งก็คือ พื้นผิวดิน หรือ Trail นั่นเอง ซึ่งมีคุณสมบัติของพื้นที่คอยเกาะพื้นผิวที่เป็นดินที่ร่วนซุยหรือโคลนรวมถึงหญ้าลื่น ๆ ได้จึงมีเท็กเจอร์ค่อนข้างจะมีเยอะกว่าแบบแรก วัสดุที่ใช้จะมีความแข็งแรงเพราะว่าต้องป้องกันการปะทะกับสิ่งที่กีดขวางในการวิ่ง

                2. เลือกตามระยะทางที่วิ่ง

                ระยะที่วิ่งเป็นประจำของแต่ละคนนั้นต่างกันซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อข้อเท้า ทำให้รองเท้าวิ่งนั้นก็แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นถ้าคุณวิ่งในระยะไกลเป็นประจำก็ต้องเลือกรองเท้าที่กระชับกับข้อเท้าไว้ก่อนเพื่อรองรับน้ำหนักที่อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการกดทับซ้ำ ๆ กัน แต่รองเท้าที่ใช้วิ่งในระยะสั้น ๆ นั้นจะถูกออกแบบมาให้วิ่งในรูปแบบจ็อกกิ้ง และสนับสนุนการวิ่งในรูปแบบทางโค้งให้ดียิ่งขึ้น

                3. เข้าใจลักษณะการวิ่งของตัวเอง

                ควรพิจารณาว่าการวิ่งของเรานั้นเป็นลักษณะใด บางคนวิ่งแบบใช้ส้นเท้าลง บางคนวิ่งแบบใช้ปลายเท้าลง ซึ่งควรเลือกที่แบบมีแผ่นกันกระแทกรองรับส่วนที่ลงน้ำหนักเป็นพิเศษไว้จะดีที่สุดเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจจะลุกลามมาถึงบริเวณต้นขาและหลังได้

                4. เลือกให้เหมาะกับสรีระเท้า

                มีหลักการง่าย ๆ ก็คือดูองค์ประกอบของเท้า 6 อย่างนั่นก็คือ

                – ส้นเท้า จำเป็นต้องให้รองเท้ากระชับกับส่วนนี้มาก ๆ เพราะว่าจะช่วย Support ไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าลองใส่แล้วเจ็บก็ไม่สมควรซื้อมาเพราะถ้าแน่นเกินไปก็เป็นอันตรายอีกเช่นกัน

                – หลังเท้า ต้องกระชับแต่ก็ต้องสามารถยืดหยุ่นได้ โดยถ้าเราผูกเชือกรองเท้าแน่น ๆ แล้วรองวิ่งแล้วรู้สึกว่าตึงแต่ไม่อึดอัดนั่นก็โอเคแล้ว

                – ความกว้าง และ ความยาว นิ้วเท้าต้องไม่ไปเกยกับด้านข้างและนิ้วต้องไม่ไปแตะกับขอบรองเท้า ถ้าลองใส่แล้วรู้สึกว่านิ้วเท้าไปโดนก็เปลี่ยนคู่ใหม่ไปได้เลย

                5. นำถุงเท้าที่ใช้วิ่งไปลอง

                ถุงเท้าวิ่งนั้นมีหลายแบบและแต่ละคนก็มีถุงเท้าที่ชอบแตกต่างกันไปทั้งแบบข้อยาว ข้อสั้น ความบางความหนาก็มีแตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรนำถุงเท้าที่ใช้วิ่งเป็นประจำไปด้วยถ้าจะไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ เพื่อที่จะได้ทราบถึงขนาดไซส์ของรองเท้าที่ใส่สบายที่สุด

                6. รองเท้าวิ่งที่ดีไม่จำเป็นต้องตามแฟชั่น

                บางคนเลือกรองเท้าวิ่งโดยมีรูปลักษณ์ที่ถูกใจเป็นหลักโดยที่ยอมตัดใจจากรองเท้าที่ใส่สบายกว่า ดังนั้นต้องเลือกที่สวมใส่สบายเอาไว้ก่อนนะครับ เพราะสุขภาพของเรา

                และนี่คือเรื่องราวของการเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับตัวคุณเพื่อนำไปสู่โลกกว้างพร้อมกับ “airpod 2 ราคา”เกือบ 7000 บาท หวังว่าจะเป็นคู่มือที่ดีสำหรับผู้ที่นิยมออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพด้วยการวิ่งนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.