สังเกตอาการของคนที่ติดสมาร์ทโฟนมากเกินไป

               ถ้าคุณได้ลองมองไปตามท้องถนนของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะคุณกำลังจะเดินไปที่ไหนก็ตาม และระหว่างทางที่คุณกำลังเดินอยู่นั้น คุณก็จะมักเห็นภาพที่คนหลายๆคนก็กำลังเดินสวนทางกับคุณอย่างมากมายเช่นกัน มันก็ดูเป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะคะ แต่คนหมู่มากเหล่านั้นที่กำลังเดินสวนทางกับเรานั้นไม่ได้เดินแบบคนทั่วไป แต่พวกเขากำลังเดินก้มหน้าก้มตามองแต่จอโทรศัพท์ของตัวเอง เรียกได้ว่าแทบทุกคนเลยที่ใช้สายตามองหน้าจอ “สมาร์ทโฟน” เหมือนกับว่าสมาร์ทโฟนนั้นได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว จะเรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนนั้นเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่ายกายมนุษย์ในปัจจุบันไปเลยก็ว่าได้ ยิ่งตอนเวลาคุณขึ้นรถสาธารณะ หรือไม่ว่าจะเป็นตอนที่คุณกำลังขึ้นรถไฟฟ้าก็ตาม ทุกคนก็ดูสนใจกับสมาร์ทโฟนในมือมากกว่าคนข้างๆที่ยืนด้วยกันอีกนะคะ ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้นั้นมันจะเรียกได้ว่าคนสมัยนี้อาจจะติด ”โทรศัพท์มือถือ”มากเกินไปรึเปล่านะ???                เพราะว่าคนในปัจจุบันนี้ให้ความสนใจกับการนั่งจิ้มนั่งกดมือถือที่อยู่ตรงหน้าจนไม่มีเวลาสนใจสภาพแวดล้อมหรือคนรอบข้างกันสักเท่าไหร่ บางคนอยู่บ้านเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่กลับเลือกการแชทบนหน้าจอมากกว่าที่เดินมาหาแล้วสนสนทนากันอย่างตัวเป็นๆ ไม่รู้ว่าอาจจะเป็นเพราะในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วรึเปล่าที่เป็นสาเหตุทำที่ทำให้คนเราในสมัยนี้ไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวมากพอ บางทีอาจจะละเลยด้วยซ้ำเพราะมัวแต่สนใจคนในจอ จนทำให้อะไรหลายๆอย่างเกิดความเปลี่ยนแปลงไป เพราะคุณจะอยู่กับตัวเองและอยู่กับโทรศัพท์มือถือของคุณเท่านั้น บางทีอาจจะใช้เวลาที่อยู่กับโทรศัพท์มือถือมากเกินไปจนไม่ออกไปพบปะใครและอาจจะโดนมองว่าเป็นคนเก็บตัวไปโดยปริยายก็ได้นะคะ                หลายคนอาจจะปฏิเสธว่าตัวเองนั้นไม่ได้ติดโทรศัพท์มือถือขนาดนั้น บางคนก็บอกว่าเล่นเป็นเวลา แต่บางคนเล่นสมาร์ทโฟนตลอดเวลาแต่ไม่ยอมรับก็มีค่ะ เอาแบบนี้ดีกว่า เรามีข้อสังเกตพฤติกกรมที่เห็นได้ชัดว่าคนที่มีลักษณะและพฤติกรรมแบบนี้ที่อาจจะเป็นคนติดโทรศัพท์มือถือมาก มากจนไม่รู้แล้วว่าตัวเองนั้นได้ถูกสิ่งๆนี้ครอบงำกันไปแบบไม่รู้ตัว                พอรู้แบบนี้แล้วเรามารีบเช็คอาการเหล่านี้กันดีกว่าค่ะ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าคุณเข้าข่ายอาจะติดโทรศัพท์มือถือมากเกินไป • ถือสมาร์ทโฟนอยู่ในมือตลอดเวลา    ถ้าคุณคือคนที่ถือโทรศัพท์มือถือเหมือนกับเป็นอวัยวะที่มือหรือแขนอีกข้าง และไม่ว่าคุณจะงานยุ่งกับงานที่อยู่ตรงหน้าแค่ไหน แค่เพียงคุณได้ยินเสียงเตือนจากโทรศัพท์เพียงแค่ 0.2 วินาที คุณจะเลิกสนในงานที่กำลังยุ่งอยู่ตรงหน้า แล้วจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่แจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองแทน บอกเลยว่าอาการแบบนี้นั้น คุณน่าจะติดโทรศัพท์มือถือเป็นอย่างมากเลยนะคะ • รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองนั้นสั่นบ่อย    ใครเคยเป็นบ้างคะ สมมุติเรานั่งทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยเปื่อยแล้วรู้สึกว่าตัวเองหูแว่วหรือนึกว่าโทรศัพท์มือถือนั้นของตัวเรานั้นดังหรือสั่น […]

ดูแลสุขภาพแบบ หนุ่ม สาว Office

               ลักษณะงานที่หลาย ๆ คนทำกันในปัจจุบันนั้นก็คงต้องประจำอยู่ในสำนักงานหรือ Office แน่ ๆ และอย่างที่รู้กันว่าบางคนต้องทำงานอย่างเคร่งเครียดจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองบางครั้งถึงขนาดมีผลกระทบกับสุขภาพกันเลยทีเดียว เพราะว่าทุกวันต้องหันหน้าเข้าจอ “macbook” นั่งในท่าเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา และทานอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น           ดังนั้นการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่หนุ่มสาว Office จำเป็นต้องเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการตรวจสุขภาพเป็นประจำแต่ถ้าใครมีข้อจำกัดทางด้านเวลานั้นเราก็มีวิธีง่าย ๆ ทีมีผลดีกับสุขภาพมาฝากกัน           1. เลือกท่านั่งให้ถูกต้อง                เมื่อเราต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังหรือปวดคอเรื้อรังหรือที่เรียกกันว่า Office Syndrome ได้ เพราะว่าต้องมีการก้มศรีษะเป็นเวลานาน พร้อมทั้งมือซ้ายและมือขวาก็ต้องคอยกดเมาส์และคีย์บอร์ด กล้ามเนื้อจึงเกิดอาการหดเกร็งปวดเมื่อย            ดังนั้นวิธีพื้นฐานที่จะป้องกันอาการนี้ก็คือการนั่งทำงานให้ถูกวิธีนั่นเอง โดยก่อนอื่นเลยต้องเลือกขนาดของโต๊ะตลอดจนเก้าอี้ที่จะนั่งให้เหมาะกับสรีระของตัวเอง ซึ่งข้อนี้อาจจะยากสักนิดเพราะว่าที่ทำงานคงให้โต๊ะกับเก้าอี้ที่เป็นส่วนกลางมาอยู่แล้ว แต่เราก็สามารถปรับตัวเกาอี้ให้มีความสูงพอดีได้โดยควรวางแขนกับโต๊ะได้อย่างพอดี และหลีกเลี่ยงเก้าอี้ที่หลังติดสปิง และควรใช้เบาะรองหลัง           คอมพิวเตอร์ที่ใช้ควรปรับให้อยู่ในระดับสายตาเพราะว่าจะได้ไม่ต้องกดลำคอและสายตามาจ้องที่จอ และเมาส์ก็ควรเป็นแบบไวเลสไร้สายเพราะว่าสามารถขยับมือได้อย่างเป็นอิสระ           2. ยืดเส้นยืดสายระหว่างทำงาน           เมื่อร่างกายต้องแบกรับความเมื่อยล้าและความเครียดไว้มาก ๆ ก็ต้องมีการผ่อนคลายเช่นการยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเรื้อรังที่อาจจะเกิดกับกล้ามเนื้อต่าง ๆ อย่างเช่นยืดกล้ามเนื้อช่วงต้นคอ หัวไหล่ […]

ธรรมชาติบำบัดไปกับเสียงเพลง

               การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่คนทุกคนปรารถนา เพราะว่าปัจจุบันสภาพแวดล้อมเรานั้นชวนให้เจ็บไข้ได้ป่วยทั้งภายในและภายนอกจริง ๆ แต่การที่จะมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนนั้นควรต้องดูแลสุขภาพจากภายใน หรือเป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดแทนการใช้สารเคมีจากยา เช่นการกินอาหารที่มีประโยชน์ หรือเปิดฟังเพลงผ่าน“ลำโพงjbl” เป็นต้น           การดูแลสุขภาพในรูปแบบนี้จริง ๆ แล้วจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ถือว่ายากเพราะว่าต้องนำความมีระเบียบวินัยมาใช้กับชีวิตประจำวันแต่ว่าก็ต้องไม่เครียดด้วย เพราะว่าความเครียดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดโรคภัยทั้งทางกายและจิตใจ ดังนั้นจึงมีการหาหนทางรักษาอาการดังกล่าว หนึ่งในนั้นก็คือการใช้ดนตรีเป็นสื่อในการบำบัดนั่นเอง           ดนตรีบำบัดเป็นศาสตร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยในสากลใช้คำว่า Music Therapy โดยให้ผู้บำบัดได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับดนตรีไม่ว่าจะเป็น การฟัง การร้องเพลง การแต่งเพลง เพื่อให้คนไข้ฟื้นฟูจากความเจ็บไข้ทั้งร่ากายและจิตใจ เพราะว่ามีการตั้งข้องสังเกตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่าเสียงดนตรีที่ไพเราะจะไปกระตุ้นประสาทสัมผัสส่งผลให้มีความผ่อนคลายไปตามท่วงทำนองของเสียงเพลง ทำให้ลดอาการเครียดจิตใจผ่องใส โดยวิธีง่าย ๆ อาจจะฟังผ่าน“ลำโพงjbl” ในบ้านก็ได้           ด้วยคำกล่าวที่คุ้นหูว่าดนตรีคือภาษาสากลของโลกดังนั้นไม่ว่าจะเป็นชาติใดใช้ภาษาใดก็ไม่มีปัญหาและไม่ว่าจะเป็นดนตรีปะเภทไหนก็สามารถนำมาใช้ได้ถ้าเกิดว่าผู้ฟังฟังแล้วมีความสุข โดยหลัก ๆ แล้วสามารถรักษาโรคดังต่อไปนี้ได้           – โรคซึมเศร้า           ปัจจุบันโรคนี้มีผู้เป็นกันเยอะมาก เป็นอาการเจ็บป่วยทางใจที่ฝังลึกลงไปมากกว่าความเศร้าใจปกติ โดยมีผลกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้ป่วยมาก ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกหมดหวัง เหนื่อย อ่อนแรง ผิดหวัง วิตกกังวล ไปจนกระทั่งอยากฆ่าตัวตาย           โดยดนตรีนั้นสามารถบำบัดผู้ที่มีอาการนี้ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะการฟังเพลงที่มีเมโลดี้หรือคำร้องที่สดใส สร้างความหวังในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นแบบดนตรีที่เล่นสดหรือจะฟังอยู่ที่พักอาศัยผ่านลำโพงjbl ก็ได้ แต่ว่าก็แล้วแต่พื้นฐานสภาพจิตใจของแต่ละบุคคลด้วยว่าจะได้ผลเต็มที่มากแค่ไหน […]

ความสำคัญของการที่มีบุลิกภาพที่ดี

               ในปัจจุบัน การที่เราจะมีบุคลิกภาพที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องที่เราจะสามารถจะมองข้ามผ่านไปได้ หลายๆคนเข้าใจผิดกันเสมอๆเกี่ยวกับความหมายของบุคลิกภาพ ไม่ใช่ว่าการมีบุคลิกภาพที่ดีจะต้องแต่งตัวดี จะต้องแต่งตัวเก่ง ใส่เสื้อผ้าเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะต้องผ่านการ “รีดผ้า” ด้วย “เตารีด” ดีๆสักเครื่อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คนที่เนี๊ยบมากๆจะหวงแหนเสื้อผ้าของตัวเองอย่างเป็นที่สุด และคนเหล่านี้จะจัดการเสื้อผ้าของตัวเองโดยใช้เตารีดรีดผ้าตัวเองกันแบบทุกกระเบียดนิ้วเลยก็ว่าได้ แถมใช้เตารีดเพื่อรีดเน้นย้ำที่จะให้เสื้อที่เรารีดนั้นมีกลีบขึ้นเป๊ะๆเพื่อที่จะได้ใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วเรียบ หรู ดูดี จริงๆวิธีคิดแบบนี้นี้มันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแต่งตัวนั้นก็สำคัญ แต่มันต้องมีองค์ประกอบอื่นๆหลายๆอย่าง ไม่ใช่การแต่งตัวให้ดูดีดูภูมิฐานเพียงอย่างเดียว                การที่เราจะเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดีนั้น ก็คงเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีคนจับตามองจากคนคนทั่วๆไป คุณลองคิดดูดีๆ ลองนึกย้อนกลับไป หรืออาจจะลองสังเกตดูว่าเวลาที่ตัวคุณเองอยู่ในที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หรืออยู่กับเพื่อนที่เป็นกลุ่มใหญ่ๆนั้น ลองสังเกตว่าจะมีคนที่โดดเด่นออกมาจากคนกลุ่มใหญ่ๆอยู่เสมอ และมีบุคลิกภาพที่โดดเด่นกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าความโดดเด่นนั้นจะมาจากการแต่งกาย การจัดแต่งทรงผม ลักษณะท่าทางการเดิน การยืน หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการนั่งที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูโดดเด่นและน่ามองไปหมดเลย                ตามหลักความจริงแล้วนั้น การที่เราจะสร้างบุลิกภาพที่ดีให้กับตัวเองทั้งทีมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการรวมถึงความพร้อมของตัวของคุณเองเป็นหลัก เพราะถ้าคุณมีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจรวมถึงการมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองรวมถึงการปรับปรุงตัวเองอยู่ด้วย ยังไงก็สามารถทำได้แน่นอนอยู่แล้ว วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับที่จะไม่ลับอีกต่อไป เราจะมาบอกหลักการพัฒนาตัวเองแบบง่ายๆซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ • การแต่งกาย    ที่หลายๆคนชอบพูดกันว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” นั้นก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้นะคะ เพราะการที่เราแต่งกายให้ออกมาดูดีก็ถือว่าเป็นบุคลิกภาพอีกอย่างหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีก first impression […]

สุขภาพดีไปกับหม้อทอดไฟฟ้าไร้น้ำมัน

ในปัจจุบันเทรนของการรับประทานอาหารของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมมากขึ้นก็คืออาหารคลีนหรืออาหารเพื่อสุขภาพชนิดต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพได้อย่างดีและตลาดของอาหารประเภทรักสุขภาพยังสามารถเติบโตขึ้นได้อีกในอนาคต อาทิ หม้อทอดไฟฟ้า ไร้น้ำมันทำให้ผู้ประกอบการอาหารบางรายพยายามที่จะเข้าสู่ตลาดนี้แต่จะสังเกตได้ว่าอาหารคลีนหรืออาหารเพื่อสุขภาพนั้นมักจะมีราคาที่สูงกว่าอาหารทั่วไปในท้องตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะหันกลับมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานเองจึงพยายามมองหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะสามารถทำให้การประกอบอาหารของพวกเขาง่ายมากขึ้น             ถ้าลองสังเกตจะเห็นว่าอาหารประเภททอดเป็นอาหารที่สามารถหาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง และไม่ยุ่งยากในการรับประทานจึงเป็นอาหารที่นิยมมากแต่ในทางกลับกันอาหารประเภทนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเลยเพราะด้วยปริมาณน้ำมันที่อยู่ในอาหารหรือความสะอาดของร้านค้า แต่หากเลือกที่จะทำเองวิธีในการทำที่ยุ่งยากกว่าจะหาหม้อเพื่อที่จะทอด เตรียมน้ำมันที่ต้องใช้ปริมาณมากในการทำหนึ่งครั้ง และหลังจากการทำยังต้องมาเก็บกวาดยุ่งยากอีก ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ทอดอาหารเพื่อรับประทานเองแต่ไปเลือกการทำอาหารประเภทต้ม ผัดหรือประเภทอื่นแทน เช่น การทำสุกี้ที่เพียงแค่มีหม้อใส่ทุกอย่างลงไปต้มด้วยกันก็จบขั้นตอนในส่วนการเก็บกวาดก็ไม่ยากและอาหารยังดีต่อสุขภาพอีก ส่งผลให้อาหารประเภทอื่นจึงเป็นที่นิยมในการประกอบอาหารเองมากกว่าและเหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย             จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าเทรนของการรักสุขภาพกับอาหารทอดแทบจะไปด้วยกันไม่ได้เลยเป็นเพราะปัจจัยหลายๆอย่างแต่ในตอนนี้ผู้ผลิตหลายๆรายก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่สำหรับการทอดก็คือ หม้อทอดไฟฟ้าไร้น้ำมันเพื่อที่จะมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ โดยการทอดในแต่ละครั้งแทบจะไม่ต้องใช้น้ำมันหรืออาจจะไม่ต้องใช้น้ำมันเลยด้วยซ้ำซึ่งสามารถช่วยรีดน้ำมันที่มากเกินความจำเป็นออกไปและทำให้การทำอาหารทอดเป็นเรื่องง่ายแล้วยังดีต่อสุขภาพของผู้ใช้อีกด้วยแต่หม้อทอดไม่ได้ทำได้แค่การทอดแต่ยังสามารถทำอาหารได้อย่างหลายหลายทั้ง ทอด ผัด ย่าง และอบ ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆได้มากมายและการทำอาหารประเภททอดที่เคยทำให้ผู้ที่ประกอบอาหารที่บ้านรู้สึกว่าทำยากและวุ่นวายนั้นเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่าย ซึ่งจะเทียบ 2 แบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้อย่าง Tefal และ Philip ก็มีข้อแตกต่างกันในด้านการใช้งานทั้งรูปแปบบการใช้งาน วิธีใช้ ประเภทอาหาร และรสชาติที่ได้ออกมา ส่วนสำคัญคือในแต่ละแบรนด์รูปแบบการทำอาหารและรสชาติอาหารมีความแตกต่างกัน อย่าง Philip เหมาะสำหรับการทอดที่เป็นองค์ประกอบหลักมากที่สุดแต่ก็สามารถสร้างสรรค์อาหารประเภทอื่นอย่างการ อบหรือย่างได้เช่นกัน ซึ่งจุดเด่นของ Philip จะเป็นการรีดน้ำมันที่สามารถรีดน้ำมันออกจากอาหารได้เป็นอย่างดีแต่ก็ไม่ได้ทำให้อาหารออกมาแห้งจนเกินไป แต่ในส่วนของแบรนด์คู่แข่งอย่าง Tefal เหมาะกับการทำอาหารในหลายประเภททั้งการทอด ผัด อบ หรือย่างได้เช่นกัน ซึ่งจุดขายของ […]

Dyson สินค้าที่ควรค่าแก่การครอบครอง

ไดสันใช้หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ “ภายในสู่ภายนอก (inside out)” และเน้นการใช้งานก่อนรูปลักษณ์ (form follows function) เพราะ “รูปลักษณ์จะสวยงามอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ (design is only truly beautiful when it works properly)” ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ถูกออกแบบและสู่ตลาดต้องได้รับคำชี้แนะเพื่อปรับปรุงและความเห็นชอบจาก James dyson ผู้ก่อตั้งซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าวิศวกร (chief engineer) ในบริษัท dyson วิศวกรแต่ละคนมีทักษะหลากหลาย และไม่ได้แยกทำเฉพาะส่วนที่ตัวเองเชี่ยวชาญ ทุกคนถือว่าเป็นวิศวกรนักสร้างสรรค์ สามารถออกแบบส่วนใช้งานและรูปลักษณ์ไปพร้อมกัน โดยต้องมีสมุดบันทึกที่เรียกว่า RDD (Research Design Development) ไว้บันทึกแนวคิดต่างๆ ในการออกแบบและทดสอบกันภายในบริษัท      ท่ามกลางกระแสการแข่งขัน เมื่อราวๆ 8 ปีก่อน ในที่สุดไดสัน บริษัทด้านเทคโนโลยีสัญชาติอังกฤษ  โดยเจมส์ ไดสัน ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้ใบพัดของแบบดั้งเดิมหมดความหมายไปเลย นั่นคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใหม่เครื่องแรกของโลก หรือ พัดลมไร้ใบพัดไดสัน Air Multiplier ที่ให้ลมเย็นอย่างสม่ำเสมอ โดยอากาศจะถูกดูดเร่งผ่านช่องวงแหวนที่อยู่ภายในหัวจ่ายลม […]