ออกกำลังกายตั้งนาน ทำไมน้ำหนักไม่ลดสักที

digital scales

               เกิดคำถามนี้ในใจทุกครั้งเลยเมื่อเวลาเราทุ่มเทให้กับอะไรสักอย่าง อย่างเช่นการออกกำลังกาย โดยทั่วไปคนเราตั้งเป้าหมายและความหวังอยู่แล้วว่าเมื่อเราทุ่มเทอะไรไปแล้วนั้นมันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะอยากได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือผลลัพธ์กลับไม่ใช่อย่างที่หวังเอาไว้ โดยเฉพาะสำหรับใครที่อยากจะลดน้ำหนัก สิ่งที่ทุกคนหวังก็คือออกกำลังกายไปแล้ว และน้ำหนักมันจะต้องลดแน่นอน แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่เสมอไป กลายเป็นว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการออกกำลังกายคือ “น้ำหนักไม่ลง” แถมน้ำหนักจะขึ้นด้วยซ้ำเชื่อว่าทุกคนต้องมีคำถามนี้ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วผลกระทบที่จะตามมาก็คือความเครียด และการบั่นทอนจิตใจของเรา คล้ายๆอารมณ์น้อยใจตัวเอง อุตส่าห์ตั้งใจกัดฟันออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะได้มีรูปร่างที่ดีและสวยงาม แต่กลับกลายเป็นว่าเวลาก้าวขาไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลทีไรนั้น กลับให้ความรู้สึกเหมือนจะขาดใจแบบช้าๆ เพราะน้ำหนักของตัวเรานั้นกลับไม่ลดเลยทั้งๆที่ออกกำลังกายตลอด

               วันนี้เราจะมาอธิบายเหตุผลให้กระจ่างกันดีว่ากว่าการที่เรานั้นอุตส่าห์ออกกำลังกาย คุมอาหาร ทำไมถึงน้ำหนักไม่ลง แถมยังขึ้นอีก เนื่องจากจริงๆแล้วการลดน้ำหนักที่ถูกวิธีนั้นก็คือการออกกำลังกายพร้อมการควบคุมอาหาร แต่ในเมื่อทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปแล้ว เมื่อขึ้นไปเหยียบเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่ไรกลับกลายเป็นว่าตัวเลขไม่ลงมาเลย บางคนก็ลดบ้าง แต่ด้วยความใจร้อนก็อาจจะทำให้ไม่พอใจกับสิ่งนี้ได้ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้นั้นทำให้หลายคนสิ้นหวังและเกิดความท้อและเททุกอย่างไว้กลางทางแบบไม่แยแส แต่จริงๆแล้วมันอธิบายได้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

               จริงๆแล้วตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่คุณคอยช่างแล้วช่างอีกนั้นมันไม่ได้พิสูจน์หรือแสดงเห็นเลยว่าร่างกายเรานั้นมันอ้วนขึ้นหรือผอมลง แต่สิ่งที่จะบอกคุณได้แบบแน่แท้ก็คือสัดส่วนของรูปร่างที่มันลดลงไป ซึ่งคุณสามารถวัดจากตำแหน่งรอบอก รอบเอว ต้นแขน สะโพก รวมถึงต้นขาทั้งสองข้าง เพราะการที่เราทำการวัดสัดส่วนไว้มันจะเห็นถึงความต่างที่มันลดลงได้ชัดกว่าการที่คุณไปยืนช่างน้ำหนัก เพราะตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลนั้นมันวัดอะไรไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปน้ำหนักของตัวเรานั้นจะลดหรือจะเพิ่มได้แบบวันต่อวันเลยทีเดียว สาเหตุนั้นง่ายๆเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก การสะสมน้ำ หรือสูญเสียน้ำระหว่างวัน มีประจำเดือน กินเยอะไป กินเค็มมากเกินไป เครียด เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้นสามารถทำให้น้ำหนักของตัวเราลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ 1 – 2 กิโลกรัมเลยทีเดียว

               อยากจะให้ทุกคนได้จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะว่า “กล้ามเนื้อนั้นหนักกว่าไขมัน” เพราะวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้นคือการลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง ยกตัวอย่างง่ายๆคือไขมันในร่างกายของเรานั้นคล้ายๆฟองน้ำที่มีขนาดใหญ่  ส่วนกล้ามเนื้อนั้นจะมีโครงสร้างเป็นเส้นใยที่พันไปมาเหมือนเกลียวเชือกซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่า สังเกตไหมคะว่าเมื่อเรานำสองสิ่งนั้นมาเปรียบเทียบกันในน้ำหนักที่เท่ากัน กลายเป็นว่ากล้ามเนื้อนั้นมีความหนาแน่นมากกว่า และจะมีขนาดเล็กกว่าไขมันอยู่ประมาณ 1 – 1.5 เท่าตัว และเมื่อเราลดน้ำหนักโดยที่ส่วนใหญ่มีการสลายไขมันลงไปแต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่ไว้ก็คือกล้ามเนื้อ นั่นจึงทำให้ปริมาณของน้ำหนักตัวเรานั้นเกิดความคงที่หรือแทบบจะลดลงน้อยมากในขณะที่สัดส่วนของเรานั้นมีความเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราออกกำลังกายแล้วน้ำหนักจึงไม่ลด เพราะตัวเลขนั้นไม่มีผลจริงๆค่ะ เพราะฉะนั้นใครที่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้วก็ควรที่จะเลิกคิดมากแล้วทำต่อไป สู้ต่อไป อย่าพึ่งล้มเลิกความตั้งใจนี้เลยนะคะ

               รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าพึ่งถอดใจกันนะคะ คอยให้กำลังใจตัวเองแล้วพร้อมลุยต่อ อย่าหยุดและห้ามท้อเด็ดขาด พยายามอย่าไปกังวล อย่าเครียดได้จะดีที่สุด ไม่นานผลลัพธ์ที่คุณตั้งเป้าไว้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังให้กับทุกคนที่กำลังพยามยามในการลดน้ำหนักนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.