JBL Free อิสระทุกท่วงทำนอง

ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2561 มานั้น กระแสของหูฟัง Truly Wireless มาแรงมากๆ ดังนั้นทาง JBL ก็ได้ซุ่มพัฒนาหูฟัง Truly Wireless ออกมาเพื่อตอบรับกับความต้องการ ของตลาดด้วยเช่นกัน ซึ่งหูฟังรุ่นดังกล่าวก็คือ “JBL Free” นั่นเอง สำหรับ JBL Free หากใครได้ติดตามข่าว หูฟังรุ่นนี้ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2560 และมีกระแสตอบรับที่ดีมากๆ

ซึ่งโดยรวมแล้ว jbl Free สามารถใช้งานรวมกันได้ถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว JBL Free มีลักษณะการสวมใส่ที่ง่าย สบาย ไม่หลุดง่ายแน่นอน เพราะว่า หูฟังไร้สาย JBL Free มีจุกหูฟังแถมมาถึง 3 ขนาด ได้แก่ S, M, L เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะรูหูของแต่ละคน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีปลอกซิลิโคนแถมมาให้อีก 2 ขนาด ได้แก่ M, L เพื่อให้การสวมใส่มีความกระชับมายิ่งขึ้นและยังสามารถช่วยป้องกันตัวหูฟังจากเหงื่อ

สำหรับสรีระของหูฟังไร้สาย JBL Free ตัวนี้มีความสวยงาม เรียบหรู กะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียงแค่ 99 กรัม มี 2 สี ให้เลือกทั้งสีดำและขาวกันเลย สำหรับตัว Case ก็มีขนาดเล็กสามารถพกพาง่าย และ ใส่ลงในกระเป๋ากางเกงได้อย่างสบายๆ

เมื่อเปิดกล่อง Case ออกมาก็จะพบกับตัวหูฟัง และ มีไฟแสดงสถานะจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือ โดยหลังจากที่แกะกล่อง jbl Free ออกมาแล้ว ตัวหูฟังจะอยู่ในโหมด Stand by จะต้องนำตัวหูฟังไปใส่เข้ากับตัว Case และเสียบสายชาร์จเข้ากับตัว Case เปรียบเสมือนเป็นการ “ปลุก” หูฟังไร้สาย JBL Free เพื่อให้พร้อมใช้งานเท่านี้ก็สามารถเชื่อมต่อตัวหูฟังเข้ากับตัวอุปกรณ์ได้ทันที

ซึ่งการเชื่อมต่อ Bluetooth ตัวหูฟังเข้ากับอุปกรณ์ได้ 2 แบบ นั่นคือแบบอัตโนมัติ [Auto Connect] และ แบบปกติโดยกดปุ่ม [Manual Connect]

มาว่ากันด้วยเรื่องของคุณภาพเสียงของ JBL Free กันต่อเลย สำหรับหูฟังคู่นี้ มีสไตล์เสียงเป็นเอกลักษณ์สไตล์ JBL ที่ฟังสนุกและฟังได้นาน โดยคุณภาพเสียงในย่านต่างๆ มีรายละเอียดตามนี้เลย

เสียงเบส : เบสที่ได้ออกมานั้นเป็นเบสที่มีมวล มีแรงปะทะที่ดี แต่ไม่บวมและไม่ลุกลามไปรบกวน ย่านอื่นๆ เลย นอกจากนี้รายละเอียดของช่วง Deep Bass นั้นก็ทำได้ดี สามารถเข้าถึงการสั่น ของเครื่องสายได้เล็กน้อย

เสียงกลาง : เสียงกลางที่ได้มีความอิ่มหนา เครื่องดนตรีต่างๆ สามารถส่งเสียงออกมาได้อย่างชัดเจน และถูกแจกแจงไว้โดยไม่ทับซ้อนกันแต่อย่างใด เสียงนักร้องมีความเด่นชัดโดดเด่นกว่าย่านอื่นๆ เหมาะอย่างยิ่งกับเพลงที่เน้นเสียงร้องและเพลงแนวอีเล็คทรอนิกส์

เสียงแหลม : เสียงในย่านนี้ให้ปลายแหลมที่ใสและกระชับ ทอดยาวได้ค่อนข้างไกล หัวของตัวโน๊ตมีความจัดเจน และ มีรายละเอียดเสียงกรุ๊งกริ๊งมาให้สัมผัสกันอีกด้วย ด้านของเวทีเสียง ขนาดของเวทีเสียงมีขนาดปานกลาง ระยะห่างของแต่ละชิ้นดนตรีอยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะ ไม่เบียดอัดกันมากจนเกินไป

และยังมีบรรยากาศที่ได้ทั้งด้านกว้างแถมยังมีมิติด้านลึก ให้ความรู้สึกเป็น 3 มิติ ไม่แบนราบ แยกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

JBL Free เป็นหูฟังที่ดี ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวันของทุกท่าน เช่น ใส่ฟังเพลงระหว่างโดยสารบนรถสาธารณะต่างๆ , สวมใส่เพื่อฟังขณะออกกำลังกาย, หรือ ใช้ในสื่อสารต่างๆ ก็ได้อย่างลงตัว เพราะว่า jbl Free พกพาง่าย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้โดยไม่รบกวนพื้นที่เก็บของในกระเป๋าของทุกท่านมากมายนัก

โดยเฉพาะเคสที่เป็นแบตพกพาในตัวสามารถชาร์จเพิ่มได้ยาวนาน นอกจากนี้หูฟังตัวนี้ยังสามารถเรียกใช้งานง่าย ตอบรับกับระบบ Siri และ Google Assistance และสุดท้ายคือคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมฟังสนุกได้ทั้งแนว Pop, Rock, และ เพลงตลาดทั่วๆไป

เรียกได้ว่า ในปีต่อๆ ไปนั้นจะเป็นปีแห่งการเชื่อมต่อโดยปราศจากสายมารบกวน เป็น True Wireless ไร้สายอิสระที่แท้จริง โดยหลายแบรนด์ต่างขยับขยายไม่มีใครยอมใคร ออกรุ่นที่รองรับมาตีแบรนด์อื่นๆ กันเต็มที่ ซึ่งในปีที่แล้วนั้นแบรนด์ jbl ก็ปล่อยไม้เด็ดออกมาเช่นกันกับ JBL Free หูฟังไร้สายอิสระ True Wireless ที่พกพามาทั้งความสามารถอันล้นเหลือ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.